
นางงาม 'สมองนักธุรกิจ'
นาตาลี เกลโบวา
สุรัชฎา สว่างเนตร
ถ้าเปรียบความแรงของแบรนด์นาตาลี เกลโบวา เป็นสินค้า จังหวะชีวิตช่วงนี้ของเธออาจไม่ใช่ช่วง "High Growth" ไม่ใช่แบรนด์แอมบาสเดอร์ที่ทุกสินค้าจ้องตาเป็นมัน
แต่ถ้าเป็นเส้นทางในฐานะนักธุรกิจใหม่ อาจเป็นเส้นกราฟในจังหวะที่ค่อยๆ ไต่ขึ้น
-------------
"การเป็นนักธุรกิจ เป็นหนึ่งในเป้าหมายของชีวิตฉัน เป็นเป้าหมายในอาชีพการงาน และฉันรู้สึกดีใจมากที่ความฝันกำลังจะเป็นจริงขึ้นมาในเร็ววันนี้"
-------------
กรุงเทพธุรกิจ Bizweek ร่วมพิสูจน์เส้นทางการเป็นนักธุรกิจของสาวงามแห่งจักรวาลในปี 2548 เส้นทางที่ไม่ได้ถูกจัดวางให้สวยหรูเหมือนการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์
ความสดและความแรงในตัว "นาตาลี เกลโบวา" หลังคว้าตำแหน่งมิสยูนิเวิร์ส ทำให้ธุรกิจต่างๆหมายปอง ภาพลักษณ์ อินเตอร์ในตัวเธอ เพื่อเป็นสะพานนำพาสินค้าที่มีภาพลักษณ์โลคัลก้าวข้ามไปสู่ระดับ "อินเตอร์"
เริ่มจากเบียร์สิงห์ ที่เซ็นสัญญากับนาตาลีเป็นเวลา 1 ปี ในการทำหน้าที่เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้เบียร์สิงห์ ไม่เพียงการตระเวนสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเอเยนต์กับองค์กรโดยเฉพาะภารกิจในต่างประเทศ หรือการสร้างความรู้สึกดีๆ ให้แบรนด์ไทยอย่างสิงห์กับผู้บริโภคเท่านั้น เธอยังรับบทบาทเป็นพนักงานประจำในสิงห์ คอร์เปอเรชั่น พ่วงมาอีกตำแหน่งด้วย
ถัดจากค่ายบุญรอด บะหมี่สำเร็จรูป "มาม่า" ก็สร้างปรากฏการณ์นำพรีเซ็นเตอร์ระดับมิสยูนิเวิร์สมายิ้มหวานบนมาม่า คัพ เพื่อหวังแรงส่งจากนาตาลีให้มาม่าเป็นที่สนใจในตลาดต่างประเทศ
ตามมาด้วย หอแว่น ที่ยอมควักเงินหลักล้านต้นๆ เพื่อแลกกับการทำหน้าที่แบรนด์แอมบาสเดอร์ภายในระยะเวลา 1 ปีเช่นกัน เป้าหมายก็เพื่อสื่อสารและนำเสนอภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์ต่อลูกค้า รวมถึงหวังผลระยะยาวในการช่วยยกระดับแบรนด์ให้มีความเป็นอินเตอร์
และล่าสุดผลิตภัณฑ์บีเอสซี ภายใต้แบรนด์ นาตาลี บาย บีเอสซี ที่เธอไม่ได้เป็นแค่แบรนด์แอมบาสเดอร์เท่านั้น แต่ยังเป็นการเริ่มต้นบทบาทใหม่ในฐานะ นักธุรกิจ
อย่างไรก็ตามการที่สินค้าต่างๆ ดาหน้าเข้ามาหานาตาลี ก็นำมาสู่ความสับสนและสะเปะสะปะในแบรนด์นาตาลี
ยังมีข่าวคราวและภาพที่ปรากฏผ่านสายตาคนไทย ไม่ว่าจะเป็นการประกาศเข้าสู่ชีวิตครอบครัวกับภราดร ศรีชาพันธุ์ นักเทนนิสของไทย รวมทั้งข่าวลบผ่านฟอร์เวิร์ดเมล
แต่ที่น่าจะบ่งบอกถึงระดับความแรงในแบรนด์นาตาลีที่ลดลง คงเห็นได้จากสัญญาแบรนด์แอมบาสเดอร์เบียร์สิงห์ที่พิจารณากันปีต่อปี และปีแรกเพิ่งสิ้นสุดลงเมื่อ 31 กรกฎาคม 2550 ที่ผ่านมานั้น ไม่มีการต่อสัญญา
แต่จะว่าจ้างกันเป็นครั้งคราว หรือ Job by Job
นาตาลี เกลโบวา ซึ่งปัจจุบันรั้งตำแหน่งประธานบริษัทฟ้า เกลโบวา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และกำลังผันตัวเองเข้าสู่เส้นทางนักธุรกิจเต็มตัว บอกถึงหลักการเลือกงานในการทำหน้าที่แบรนด์แอมบาสเดอร์ รวมถึงการคัดเลือกพันธมิตรทางธุรกิจว่า สิ่งสำคัญจะต้องเป็นองค์กรที่เหมาะกับภาพลักษณ์ของเธอเท่านั้น ที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือต้องเป็นแบรนด์สัญชาติไทยเท่านั้น
ฉันพิจารณามากเป็นพิเศษในการตัดสินใจทำหน้าที่แบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับสินค้าใด อันที่จริงแล้ว ตอนนี้ฉันเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับเพียง 3 บริษัทเท่านั้น คือ สิงห์ หอแว่น และบีเอสซี
เธอบอกว่า การรับหน้าที่ส่งเสริมแบรนด์ให้สินค้าจึงต้องระมัดระวังในการเลือกว่าจะทำหน้าที่ให้กับแบรนด์ไหนได้แค่ไหน และต้องมั่นใจว่าภาพลักษณ์ของตัวเองจะเหมาะกับบริษัทหรือสินค้านั้นๆ
ในทางกลับกัน ตัวบริษัทเองต้องเป็นองค์กรที่มีภาพลักษณ์ที่ดีในเรื่องของคุณภาพ มีมาตรฐานที่สูง และมีชื่อเสียงในแง่บวกมาโดยตลอด
"ฉันไม่ได้กระโดดเข้าหาในทุกๆ โอกาสที่แต่ละบริษัทนำเสนอ ฉันจะเลือกเฉพาะบริษัท หรือผลิตภัณฑ์ที่ฉันมั่นใจเท่านั้น" อดีตนางงามจักรวาล 2548 ยืนยัน
เหตุผลที่เลือกเป็นทูตให้แบรนด์ไทย เธอให้เหตุผลว่า เพราะตอนนี้อาศัยอยู่ในเมืองไทย เรื่องนี้จึงมีความสำคัญ "หากต้องทำหน้าที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับสินค้าใดสินค้าหนึ่ง จึงขอเลือกเป็นแบรนด์ของไทย"
นาตาลีบอกว่า โดยภาพลักษณ์ของตัวเอง อาจมีส่วนเสริมและหนุนให้สินค้าโกอินเตอร์ เหมือนเช่นบีเอสซีที่ตอนนี้กำลังส่งออกไปยังต่างประเทศ จึงต้องเร่งสร้างให้บีเอสซีก้าวขึ้นสู่ตลาดระดับโลกให้ได้
จริงๆ แล้ว หลักในการเลือกเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ หรือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจไม่ต่างกัน คือ ขึ้นอยู่กับชื่อเสียงขององค์กรนั้นๆ ว่าต้องดี แต่การเป็นพันธมิตรจะมีจุดที่เพิ่มขึ้นมา คือ ฉันต้องมีความเชื่อมั่นด้วย อย่างเช่น ฉันเชื่อในสุขภาพและความงาม ฉันกับบีเอสซีจึงเกิดเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความเหมาะสม
ความสนใจในเรื่องสุขภาพและความงามของนาตาลี สอดคล้องกับภาวะที่หญิงไทยพากันใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ทั้งรูปร่าง ผิวพรรณ และเส้นผม จึงนำมาสู่ธุรกิจแรก คือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร นาตาลีบายบีเอสซี (Natalie by BSC) ซึ่งเป็นลักษณะพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างบริษัทฟ้า เกลโบวา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กับบริษัท บีเอสซี จำกัด ในเครือสหกรุ๊ป ที่ร่วมกันเป็นพันธมิตรทางด้านโนว์ฮาวผลิตสินค้า วิจัยและพัฒนา รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายเดียวกับแบรนด์บีเอสซีกว่า 400 แห่งทั่วประเทศ โดยใช้งบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท
โดยผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละไม่ต่ำกว่า 20%
นาตาลีบายบีเอสซี มาพร้อมแนวคิด Healthy Happy Beautiful หรือสวยสมดุลในแบบนาตาลี ซึ่งมีทั้งในรูปแบบของแคปซูล และ Beauty Jelly เยลลี่ขบเคี้ยวเพื่อความงาม ซึ่งมุ่งไปที่กลุ่มเป้าหมายผู้หญิงรักสุขภาพ อายุตั้งแต่ 18-60 ปี
เยลลี่ขบเคี้ยวดังกล่าวประกอบด้วย Co Enzyme Q10 ที่กลุ่มรักสุขภาพรู้จักกันดีว่าเข้ามาช่วยในเรื่องกำจัดอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ และทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส หรือ Ginkgo Biloba ที่ช่วยปกป้องสมองจากการถูกทำลายจากสารอนุมูลอิสระ ช่วยให้เซลล์ประสาทในสมองทำงานได้ดียิ่งขึ้น
ไม่เพียงแต่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มีส่วนคิดค้นและพัฒนาสินค้า นาตาลียังควบหน้าที่แบรนด์แอมบาสเดอร์ซึ่งนำมาสู่การทำตลาดหลัก "บีโลว์ เดอะ ไลน์" เพื่อให้เธอทำหน้าที่นำพาความงามสู่สาวไทยด้วยการแนะนำผลิตภัณฑ์กับกลุ่มเป้าหมาย ทั้งในรูปแบบของเวิร์คชอปและโรดโชว์ใน ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ
นาตาลีบอกว่า โมเดลธุรกิจที่ร่วมกับบีเอสซีในเครือสหพัฒน์นั้น อาจดูแปลกใหม่ในเมืองไทย แต่ในต่างประเทศกลับเป็นธรรมเนียมของการใช้ความดังมาต่อยอด เพื่อสร้างแบรนด์สินค้าให้กับตัวผู้มีชื่อเสียงเอง
สิ่งที่เธอทำจึงไม่แตกต่างจากการที่ดาราหรือนางแบบชื่อดังระดับโลกปฏิบัติ เมื่อสร้างบุคลิกของตัวเองให้โดดเด่นมาได้ระยะหนึ่งจนผู้บริโภคเกิดการรับรู้ ก็ถึงเวลาที่ต้องนำบุคลิกที่สร้างขึ้นมาจับคู่กับผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์สินค้าที่เหมาะสม
ตัวอย่างเช่น เคท มอส กับแบรนด์เสื้อผ้า Topshop ของอังกฤษ ที่สร้างสรรค์คอลเลคชั่นของตัวเอง ภายใต้แบรนด์ Kate Moss Topshop
กับบีเอสซีรู้จักกันมานาน เมื่อตอนที่ฉันได้มาประกวดที่เมืองไทย เพราะว่าบีเอสซีเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวดนางงามจักรวาล และหลังจากทำหน้าที่เสร็จสิ้น ฉันได้กลับมาที่เมืองไทยอีกครั้ง ทางบีเอสซีจึงติดต่อมาว่า ทำไมเราไม่ทำธุรกิจบางอย่างด้วยกันในลักษณะพันธมิตรทางธุรกิจ และสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ออกมา
นาตาลีย้ำว่า ได้มีส่วนร่วมในทุกๆ ขั้นตอนของผลิตภัณฑ์ เพราะเป็นความต้องการที่อยากมีส่วนร่วมกับทุกขั้นตอน ก่อนที่จะออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ และเพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างจะออกมาตามที่อยากให้เป็น
จะว่าไปแล้ว นอกเหนือจากการเป็นนางงามจักรวาล ความฝันอีกอย่างของนาตาลี คือ การก้าวขึ้นสู่ทำเนียบนักธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ เธอมุ่งมั่นที่จะก้าวไปสู่เส้นทางนี้ โดยมีสองนักธุรกิจชื่อดังระดับโลกอย่าง มาร์ธา สจ๊วต และโอปราห์ วินฟรีย์ และเจ้านายคนแรกในชีวิตการทำงาน เป็นไอดอลในการทำธุรกิจ
นาตาลีเล่าถึงเจ้านายเก่าว่า เป็นผู้หญิงเก่งที่ทำงานอย่างหนัก ก่อร่างสร้างธุรกิจขึ้นมาด้วยตัวเอง และดูแลกิจการเพียงคนเดียวเป็นระยะเวลาหลายสิบปี เจ้านายคนแรกจึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้นาตาลีอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง
"ฉันหวังว่า วันหนึ่งจะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับคนเหล่านั้นที่สร้างอาณาจักรธุรกิจของตัวเองขึ้นมา" นาตาลีตั้งมาตรฐานการทำธุรกิจของเธอไว้
เมื่อไรก็ตามที่เธอได้ก้าวมาถึงจุดเดียวกันกับมาร์ธา สจ๊วต และโอปราห์ วินฟรีย์ เท่ากับว่าเธอได้ทำความฝันของเธอให้เสร็จสมบูรณ์ในการช่วยเหลือผู้คนทั่วโลกให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี แม้ว่าอาจต้องใช้เวลาทั้งชีวิตกว่าจะเดินไปถึงบันไดขั้นสูงสุด
"การเป็นนักธุรกิจ เป็นหนึ่งในเป้าหมายของชีวิตฉัน เป็นเป้าหมายในอาชีพการงาน และฉันรู้สึกดีใจมากที่ความฝันกำลังจะเป็นจริงขึ้นมาในเร็ววันนี้"
นาตาลีบายบีเอสซี ถือเป็นจุดเริ่มต้นในถนนธุรกิจ แต่นอกเหนือจากนั้นแล้วนาตาลียังมีธุรกิจที่เธอร่วมสร้างกับ "ภราดร ศรีชาพันธุ์" นั่นก็คือสปอร์ตคอมเพล็กซ์ ที่เธอรับผิดชอบในส่วนของธุรกิจสปา ขณะที่ภราดร ก็เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของบริษัทฟ้า เกลโบวา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
"มิสชั่นของบริษัทนี้ต้องการช่วยให้คนไทยและคนอื่นๆ ทั่วโลกใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและสุขภาพดี" นาตาลีบอกพร้อมกับเผยว่า การเข้ามาของภราดร จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้แข็งแกร่ง และวางแนวทางการดำเนินงานของบริษัทได้ชัดเจนขึ้น
โดยภราดรใช้ภาพนักเทนนิสระดับโลก พัฒนาเป็นไอคอนของกีฬา ส่วนเธอนั้นปักหลักในเรื่องสุขภาพ โดยมีตำแหน่งนางงามจักรวาลค้ำประกันการดูแลเอาใจใส่ตัวเอง นำเสนอภาพของการกินดีอยู่ดี และความงาม ที่เธอได้วางแนวทางมาตลอด นับตั้งแต่การออกพอคเก็ตบุ๊ค กระทั่งต่อยอดมาเป็นธุรกิจเสริมอาหารร่วมกับบีเอสซี
เมื่อทั้งสองมาร่วมดำเนินธุรกิจด้วยกัน จึงกลายเป็นโมเดลธุรกิจที่ใครๆ ต้องอิจฉา ส่วนจะราบรื่นสวยงามหรือต้องทุ่มเทแค่ไหน คนมุ่งมั่นอย่างนาตาลีคงรู้ดีที่สุด
---------------------------------
ฟ้า-บอล ฝันไกล
พาธุรกิจไปต่างประเทศ
สุรัชฎา สว่างเนตร
ถ้าเปรียบความแรงของแบรนด์นาตาลี เกลโบวา เป็นสินค้า จังหวะชีวิตช่วงนี้ของเธออาจไม่ใช่ช่วง "High Growth" ไม่ใช่แบรนด์แอมบาสเดอร์ที่ทุกสินค้าจ้องตาเป็นมัน
แต่ถ้าเป็นเส้นทางในฐานะนักธุรกิจใหม่ อาจเป็นเส้นกราฟในจังหวะที่ค่อยๆ ไต่ขึ้น
-------------
"การเป็นนักธุรกิจ เป็นหนึ่งในเป้าหมายของชีวิตฉัน เป็นเป้าหมายในอาชีพการงาน และฉันรู้สึกดีใจมากที่ความฝันกำลังจะเป็นจริงขึ้นมาในเร็ววันนี้"
-------------
กรุงเทพธุรกิจ Bizweek ร่วมพิสูจน์เส้นทางการเป็นนักธุรกิจของสาวงามแห่งจักรวาลในปี 2548 เส้นทางที่ไม่ได้ถูกจัดวางให้สวยหรูเหมือนการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์
ความสดและความแรงในตัว "นาตาลี เกลโบวา" หลังคว้าตำแหน่งมิสยูนิเวิร์ส ทำให้ธุรกิจต่างๆหมายปอง ภาพลักษณ์ อินเตอร์ในตัวเธอ เพื่อเป็นสะพานนำพาสินค้าที่มีภาพลักษณ์โลคัลก้าวข้ามไปสู่ระดับ "อินเตอร์"
เริ่มจากเบียร์สิงห์ ที่เซ็นสัญญากับนาตาลีเป็นเวลา 1 ปี ในการทำหน้าที่เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้เบียร์สิงห์ ไม่เพียงการตระเวนสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเอเยนต์กับองค์กรโดยเฉพาะภารกิจในต่างประเทศ หรือการสร้างความรู้สึกดีๆ ให้แบรนด์ไทยอย่างสิงห์กับผู้บริโภคเท่านั้น เธอยังรับบทบาทเป็นพนักงานประจำในสิงห์ คอร์เปอเรชั่น พ่วงมาอีกตำแหน่งด้วย
ถัดจากค่ายบุญรอด บะหมี่สำเร็จรูป "มาม่า" ก็สร้างปรากฏการณ์นำพรีเซ็นเตอร์ระดับมิสยูนิเวิร์สมายิ้มหวานบนมาม่า คัพ เพื่อหวังแรงส่งจากนาตาลีให้มาม่าเป็นที่สนใจในตลาดต่างประเทศ
ตามมาด้วย หอแว่น ที่ยอมควักเงินหลักล้านต้นๆ เพื่อแลกกับการทำหน้าที่แบรนด์แอมบาสเดอร์ภายในระยะเวลา 1 ปีเช่นกัน เป้าหมายก็เพื่อสื่อสารและนำเสนอภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์ต่อลูกค้า รวมถึงหวังผลระยะยาวในการช่วยยกระดับแบรนด์ให้มีความเป็นอินเตอร์
และล่าสุดผลิตภัณฑ์บีเอสซี ภายใต้แบรนด์ นาตาลี บาย บีเอสซี ที่เธอไม่ได้เป็นแค่แบรนด์แอมบาสเดอร์เท่านั้น แต่ยังเป็นการเริ่มต้นบทบาทใหม่ในฐานะ นักธุรกิจ
อย่างไรก็ตามการที่สินค้าต่างๆ ดาหน้าเข้ามาหานาตาลี ก็นำมาสู่ความสับสนและสะเปะสะปะในแบรนด์นาตาลี
ยังมีข่าวคราวและภาพที่ปรากฏผ่านสายตาคนไทย ไม่ว่าจะเป็นการประกาศเข้าสู่ชีวิตครอบครัวกับภราดร ศรีชาพันธุ์ นักเทนนิสของไทย รวมทั้งข่าวลบผ่านฟอร์เวิร์ดเมล
แต่ที่น่าจะบ่งบอกถึงระดับความแรงในแบรนด์นาตาลีที่ลดลง คงเห็นได้จากสัญญาแบรนด์แอมบาสเดอร์เบียร์สิงห์ที่พิจารณากันปีต่อปี และปีแรกเพิ่งสิ้นสุดลงเมื่อ 31 กรกฎาคม 2550 ที่ผ่านมานั้น ไม่มีการต่อสัญญา
แต่จะว่าจ้างกันเป็นครั้งคราว หรือ Job by Job
นาตาลี เกลโบวา ซึ่งปัจจุบันรั้งตำแหน่งประธานบริษัทฟ้า เกลโบวา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และกำลังผันตัวเองเข้าสู่เส้นทางนักธุรกิจเต็มตัว บอกถึงหลักการเลือกงานในการทำหน้าที่แบรนด์แอมบาสเดอร์ รวมถึงการคัดเลือกพันธมิตรทางธุรกิจว่า สิ่งสำคัญจะต้องเป็นองค์กรที่เหมาะกับภาพลักษณ์ของเธอเท่านั้น ที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือต้องเป็นแบรนด์สัญชาติไทยเท่านั้น
ฉันพิจารณามากเป็นพิเศษในการตัดสินใจทำหน้าที่แบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับสินค้าใด อันที่จริงแล้ว ตอนนี้ฉันเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับเพียง 3 บริษัทเท่านั้น คือ สิงห์ หอแว่น และบีเอสซี
เธอบอกว่า การรับหน้าที่ส่งเสริมแบรนด์ให้สินค้าจึงต้องระมัดระวังในการเลือกว่าจะทำหน้าที่ให้กับแบรนด์ไหนได้แค่ไหน และต้องมั่นใจว่าภาพลักษณ์ของตัวเองจะเหมาะกับบริษัทหรือสินค้านั้นๆ
ในทางกลับกัน ตัวบริษัทเองต้องเป็นองค์กรที่มีภาพลักษณ์ที่ดีในเรื่องของคุณภาพ มีมาตรฐานที่สูง และมีชื่อเสียงในแง่บวกมาโดยตลอด
"ฉันไม่ได้กระโดดเข้าหาในทุกๆ โอกาสที่แต่ละบริษัทนำเสนอ ฉันจะเลือกเฉพาะบริษัท หรือผลิตภัณฑ์ที่ฉันมั่นใจเท่านั้น" อดีตนางงามจักรวาล 2548 ยืนยัน
เหตุผลที่เลือกเป็นทูตให้แบรนด์ไทย เธอให้เหตุผลว่า เพราะตอนนี้อาศัยอยู่ในเมืองไทย เรื่องนี้จึงมีความสำคัญ "หากต้องทำหน้าที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับสินค้าใดสินค้าหนึ่ง จึงขอเลือกเป็นแบรนด์ของไทย"
นาตาลีบอกว่า โดยภาพลักษณ์ของตัวเอง อาจมีส่วนเสริมและหนุนให้สินค้าโกอินเตอร์ เหมือนเช่นบีเอสซีที่ตอนนี้กำลังส่งออกไปยังต่างประเทศ จึงต้องเร่งสร้างให้บีเอสซีก้าวขึ้นสู่ตลาดระดับโลกให้ได้
จริงๆ แล้ว หลักในการเลือกเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ หรือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจไม่ต่างกัน คือ ขึ้นอยู่กับชื่อเสียงขององค์กรนั้นๆ ว่าต้องดี แต่การเป็นพันธมิตรจะมีจุดที่เพิ่มขึ้นมา คือ ฉันต้องมีความเชื่อมั่นด้วย อย่างเช่น ฉันเชื่อในสุขภาพและความงาม ฉันกับบีเอสซีจึงเกิดเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความเหมาะสม
ความสนใจในเรื่องสุขภาพและความงามของนาตาลี สอดคล้องกับภาวะที่หญิงไทยพากันใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ทั้งรูปร่าง ผิวพรรณ และเส้นผม จึงนำมาสู่ธุรกิจแรก คือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร นาตาลีบายบีเอสซี (Natalie by BSC) ซึ่งเป็นลักษณะพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างบริษัทฟ้า เกลโบวา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กับบริษัท บีเอสซี จำกัด ในเครือสหกรุ๊ป ที่ร่วมกันเป็นพันธมิตรทางด้านโนว์ฮาวผลิตสินค้า วิจัยและพัฒนา รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายเดียวกับแบรนด์บีเอสซีกว่า 400 แห่งทั่วประเทศ โดยใช้งบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท
โดยผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละไม่ต่ำกว่า 20%
นาตาลีบายบีเอสซี มาพร้อมแนวคิด Healthy Happy Beautiful หรือสวยสมดุลในแบบนาตาลี ซึ่งมีทั้งในรูปแบบของแคปซูล และ Beauty Jelly เยลลี่ขบเคี้ยวเพื่อความงาม ซึ่งมุ่งไปที่กลุ่มเป้าหมายผู้หญิงรักสุขภาพ อายุตั้งแต่ 18-60 ปี
เยลลี่ขบเคี้ยวดังกล่าวประกอบด้วย Co Enzyme Q10 ที่กลุ่มรักสุขภาพรู้จักกันดีว่าเข้ามาช่วยในเรื่องกำจัดอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ และทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส หรือ Ginkgo Biloba ที่ช่วยปกป้องสมองจากการถูกทำลายจากสารอนุมูลอิสระ ช่วยให้เซลล์ประสาทในสมองทำงานได้ดียิ่งขึ้น
ไม่เพียงแต่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มีส่วนคิดค้นและพัฒนาสินค้า นาตาลียังควบหน้าที่แบรนด์แอมบาสเดอร์ซึ่งนำมาสู่การทำตลาดหลัก "บีโลว์ เดอะ ไลน์" เพื่อให้เธอทำหน้าที่นำพาความงามสู่สาวไทยด้วยการแนะนำผลิตภัณฑ์กับกลุ่มเป้าหมาย ทั้งในรูปแบบของเวิร์คชอปและโรดโชว์ใน ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ
นาตาลีบอกว่า โมเดลธุรกิจที่ร่วมกับบีเอสซีในเครือสหพัฒน์นั้น อาจดูแปลกใหม่ในเมืองไทย แต่ในต่างประเทศกลับเป็นธรรมเนียมของการใช้ความดังมาต่อยอด เพื่อสร้างแบรนด์สินค้าให้กับตัวผู้มีชื่อเสียงเอง
สิ่งที่เธอทำจึงไม่แตกต่างจากการที่ดาราหรือนางแบบชื่อดังระดับโลกปฏิบัติ เมื่อสร้างบุคลิกของตัวเองให้โดดเด่นมาได้ระยะหนึ่งจนผู้บริโภคเกิดการรับรู้ ก็ถึงเวลาที่ต้องนำบุคลิกที่สร้างขึ้นมาจับคู่กับผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์สินค้าที่เหมาะสม
ตัวอย่างเช่น เคท มอส กับแบรนด์เสื้อผ้า Topshop ของอังกฤษ ที่สร้างสรรค์คอลเลคชั่นของตัวเอง ภายใต้แบรนด์ Kate Moss Topshop
กับบีเอสซีรู้จักกันมานาน เมื่อตอนที่ฉันได้มาประกวดที่เมืองไทย เพราะว่าบีเอสซีเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวดนางงามจักรวาล และหลังจากทำหน้าที่เสร็จสิ้น ฉันได้กลับมาที่เมืองไทยอีกครั้ง ทางบีเอสซีจึงติดต่อมาว่า ทำไมเราไม่ทำธุรกิจบางอย่างด้วยกันในลักษณะพันธมิตรทางธุรกิจ และสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ออกมา
นาตาลีย้ำว่า ได้มีส่วนร่วมในทุกๆ ขั้นตอนของผลิตภัณฑ์ เพราะเป็นความต้องการที่อยากมีส่วนร่วมกับทุกขั้นตอน ก่อนที่จะออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ และเพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างจะออกมาตามที่อยากให้เป็น
จะว่าไปแล้ว นอกเหนือจากการเป็นนางงามจักรวาล ความฝันอีกอย่างของนาตาลี คือ การก้าวขึ้นสู่ทำเนียบนักธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ เธอมุ่งมั่นที่จะก้าวไปสู่เส้นทางนี้ โดยมีสองนักธุรกิจชื่อดังระดับโลกอย่าง มาร์ธา สจ๊วต และโอปราห์ วินฟรีย์ และเจ้านายคนแรกในชีวิตการทำงาน เป็นไอดอลในการทำธุรกิจ
นาตาลีเล่าถึงเจ้านายเก่าว่า เป็นผู้หญิงเก่งที่ทำงานอย่างหนัก ก่อร่างสร้างธุรกิจขึ้นมาด้วยตัวเอง และดูแลกิจการเพียงคนเดียวเป็นระยะเวลาหลายสิบปี เจ้านายคนแรกจึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้นาตาลีอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง
"ฉันหวังว่า วันหนึ่งจะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับคนเหล่านั้นที่สร้างอาณาจักรธุรกิจของตัวเองขึ้นมา" นาตาลีตั้งมาตรฐานการทำธุรกิจของเธอไว้
เมื่อไรก็ตามที่เธอได้ก้าวมาถึงจุดเดียวกันกับมาร์ธา สจ๊วต และโอปราห์ วินฟรีย์ เท่ากับว่าเธอได้ทำความฝันของเธอให้เสร็จสมบูรณ์ในการช่วยเหลือผู้คนทั่วโลกให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี แม้ว่าอาจต้องใช้เวลาทั้งชีวิตกว่าจะเดินไปถึงบันไดขั้นสูงสุด
"การเป็นนักธุรกิจ เป็นหนึ่งในเป้าหมายของชีวิตฉัน เป็นเป้าหมายในอาชีพการงาน และฉันรู้สึกดีใจมากที่ความฝันกำลังจะเป็นจริงขึ้นมาในเร็ววันนี้"
นาตาลีบายบีเอสซี ถือเป็นจุดเริ่มต้นในถนนธุรกิจ แต่นอกเหนือจากนั้นแล้วนาตาลียังมีธุรกิจที่เธอร่วมสร้างกับ "ภราดร ศรีชาพันธุ์" นั่นก็คือสปอร์ตคอมเพล็กซ์ ที่เธอรับผิดชอบในส่วนของธุรกิจสปา ขณะที่ภราดร ก็เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของบริษัทฟ้า เกลโบวา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
"มิสชั่นของบริษัทนี้ต้องการช่วยให้คนไทยและคนอื่นๆ ทั่วโลกใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและสุขภาพดี" นาตาลีบอกพร้อมกับเผยว่า การเข้ามาของภราดร จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้แข็งแกร่ง และวางแนวทางการดำเนินงานของบริษัทได้ชัดเจนขึ้น
โดยภราดรใช้ภาพนักเทนนิสระดับโลก พัฒนาเป็นไอคอนของกีฬา ส่วนเธอนั้นปักหลักในเรื่องสุขภาพ โดยมีตำแหน่งนางงามจักรวาลค้ำประกันการดูแลเอาใจใส่ตัวเอง นำเสนอภาพของการกินดีอยู่ดี และความงาม ที่เธอได้วางแนวทางมาตลอด นับตั้งแต่การออกพอคเก็ตบุ๊ค กระทั่งต่อยอดมาเป็นธุรกิจเสริมอาหารร่วมกับบีเอสซี
เมื่อทั้งสองมาร่วมดำเนินธุรกิจด้วยกัน จึงกลายเป็นโมเดลธุรกิจที่ใครๆ ต้องอิจฉา ส่วนจะราบรื่นสวยงามหรือต้องทุ่มเทแค่ไหน คนมุ่งมั่นอย่างนาตาลีคงรู้ดีที่สุด
---------------------------------
ฟ้า-บอล ฝันไกล
พาธุรกิจไปต่างประเทศ
ก่อนที่นาตาลี เกลโบวา จะเป็นเจ้าของบริษัท ฟ้า เกลโบวา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เต็มตัวนั้น ชื่อเสียงที่ร้อนแรงในช่วงเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์เบียร์สิงห์ นำมาสู่การจดทะเบียนบริษัทเกลโบวา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (Gelbova International CO.,LTD ) หนึ่งในบริษัทเครือสิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด เพื่อประกอบกิจการผลิตรายการโทรทัศน์และจัดรายการโทรทัศน์ วิทยุ โดยจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2549 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท
สิงห์-นาตาลี
Job by Job รักษาความสัมพันธ์
"นักกีฬามีแฟนคลับของตัวเอง ไม่ว่าในเกมเขาจะแพ้หรือชนะเป็นข่าวได้ตลอดเวลา ส่วนนาตาลีเหมือนดารา คนมีชื่อเสียง โอกาสทำข่าวให้ตัวเองน้อยกว่า และถ้าไม่ทำอะไรเลย เขาจะหายไปทันที แบรนด์สิงห์ก็หายไปด้วย"
แตกต่าง-ลุ่มลึก-วัดได้
เกมตลาด 'คอตเลอร์' ศตวรรษที่ 21
วรนุช เจียมรจนานนท์
จะแข่งขันและช่วงชิงชัยชนะได้อย่างไรในตลาดโลก เรื่องหนักอกของบรรดาธุรกิจที่ล้วนแล้วแต่กำลังเผชิญศึกหนักกับกระแสการเปลี่ยนแปลง
จึงไม่น่าแปลกใจว่า การมาเยือนไทย Live in Bangkok ของกูรูที่มีอิทธิพลทางการตลาดมากที่สุดของโลก ฟิลิป คอตเลอร์ จึงแน่นขนัดด้วยจำนวนผู้ฟังกว่า 700 คน
กูรูมาร์เก็ตติ้ง ถึง 'น้องฟ้า' 'คนและสินค้า' ต้องสอดคล้อง
เมื่อ "ฟ้า-นาตาลี เกลโบวา" ประกาศก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจเต็มตัว ยิ่งทำให้เธอถูกจับจองจากกระแสสังคมมากขึ้น ถึงความเสถียรของแบรนด์นี้ว่ามีมากพอที่จะส่งให้ไปถึงปลายฝันที่วาดไว้ได้หรือไม่
มุมมองหนึ่งสะท้อนผ่าน "สันธยา โลหะพันธกิจ" กรรมการผู้จัดการ และหนึ่งในผู้ก่อตั้ง บริษัท ออนโกอิ้ง จำกัด
ฟ้า-บอล ฝันไกล
พาธุรกิจไปต่างประเทศ
ก่อนที่นาตาลี เกลโบวา จะเป็นเจ้าของบริษัท ฟ้า เกลโบวา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เต็มตัวนั้น ชื่อเสียงที่ร้อนแรงในช่วงเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์เบียร์สิงห์ นำมาสู่การจดทะเบียนบริษัทเกลโบวา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (Gelbova International CO.,LTD ) หนึ่งในบริษัทเครือสิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด เพื่อประกอบกิจการผลิตรายการโทรทัศน์และจัดรายการโทรทัศน์ วิทยุ โดยจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2549 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท
ขาลงแบรนด์ 'นาตาลี'
พลิกบทใหม่ 'ไต่บันได' นักธุรกิจหญิง
สาวๆ หลายคนยกให้เธอเป็นไอดอลแห่งโลกความงามและสุขภาพ
หลายสินค้า (เคย) หวังอาศัยภาพลักษณ์ "สวยระดับจักรวาล" ของเธอ เป็นใบเบิกทางอัพเกรดจาก โลคัล เป็นสะพานสู่ อินเตอร์
|